[Fiction] KNB "Dessert Trap" Part 5 (Special After) [AkaFuri] (PG)

posted on 07 Dec 2014 23:03 by bmilk-blossom directory Fiction, Cartoon
ส่ง ​@kurobas_daily​ หัวข้อ "ครอบครัว"
 
 
 
 
 
 
"Dessert Trap"  Part 5 [Special After]
Pairing : Akashi X Furihata
Rate : PG
Note : เป็นแนว AU ค่ะ





หลังจากการพบกันครั้งแรกของแม่ทัพหนุ่มอาคาชิ เซย์จูโร่ กับเด็กยกอาหารของหอนางโลม ฟุริฮาตะ โคคิ

ท่านแม่ทัพใช้เวลาถึง 3 เดือนในการไปมาหาสู่ ที่จะพยายามทำให้มิบุจิ เรโอะ เจ้าของหอนางโลมใจอ่อนยอมยกเด็กหนุ่มผมน้ำตาลให้เขา



...ไม่มีทั้งพิธีแต่งงาน
...ไม่มีการใส่ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว


...มีเพียงคำมั่นสัญญาด้วยชีวิต

...ว่าเขา 'อาคาชิ เซย์จูโร่' จะดูแล 'ฟุริฮาตะ โคคิ' ตลอดไปตราบจนชีวิตจะหาไม่...




งานเลี้ยงเล็กๆ ถูกจัดขึ้นภายในหอนางโลมเท่านั้น

ถึงจะไม่ใช่งานเลี้ยงใหญ่โตอะไร แต่ภายในงานตลบอบอวลไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ความสุข ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้

ก็ในเมื่อ...คนสองคนต่างมอบหัวใจให้แก่กันและกันจนหมดใจเลยนี่นา...



แต่ถึงยังไงฟุริฮาตะ โคคิก็รู้สึกว่าตนเองไม่อยากจะทิ้งบ้านหลังแรกของเขาไปเลย จึงได้ขอร้องกับคนรักของตนว่า อย่างน้อยขอให้เขายังได้ทำงานยกอาหารที่หอนางโลมนี้ต่อได้มั้ย

...มีหรือที่แม่ทัพหนุ่มจะไม่ตามใจ...



ดังนั้นฟุริฮาตะก็ยังคงทำงานที่หอนางโลมนี้อยู่ เพียงแต่หลังจากเลิกงานแล้ว เขาจะกลับมาอยู่ที่บ้านของแม่ทัพหนุ่มแทน

......
...
..
.

และคงไม่มีวันไหนจะเหมาะเท่ากับวันนี้อีกแล้ว...
ท้องฟ้าแจ่มใส สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดมาอย่างอ่อนโยน ดั่งเสียงกระซิบร่วมแสดงความยินดีให้กับทั้งคู่

วันนี้จะเป็นวันที่อาคาชิ เซย์จูโร่ พาฟุริฮาตะ โคคิมาอยู่ที่บ้านของตน...

...
..
.
เมื่อฟุริฮาตะได้มายืนอยู่หน้าประตูบ้านของแม่ทัพหนุ่ม ก็ต้องตกตะลึงในความโอ่อ่าของคฤหาสน์หลังใหญ่ ด้วยความสูงของกำแพงประมาณ 5-7 เมตร กับความยาวของกำแพงที่ยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา...



ใช่แล้วล่ะ...ก็ในเมื่อบิดาของแม่ทัพหนุ่ม...คือขุนนางที่ทำงานให้กับโชกุนนี่นา

ความกังวล...
ความไม่สบายใจ...
ความไม่มั่นใจ...
เริ่มเข้ามาแทรกในจิตใจ...


อาคาชิที่ยืนอยู่ข้างฟุริฮาตะ สังเกตเห็นท่าทางอีกฝ่าย มือแกร่งจับไหล่ของคนร่างบาง เด็กหนุ่มเซตามแรงดึงของอาคาชิ ทำให้ร่างของตนพิงสัมผัสกับแผ่นอกกว้างของแม่ทัพหนุ่ม


"โคคิ ไม่ต้องกลัวหรอก ตอนแรกเธออาจจะยังไม่ค่อยชิน แต่จากนี้ต่อไป ฉันอยากให้เธอคิดว่าที่นี่คือ 'บ้าน' ของเธอนะ" น้ำเสียงอ่อนโยน แต่สัมผัสจากมือแกร่งนั่นหนักแน่น เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลสัมผัสได้ถึงความมั่นคงที่อีกฝ่ายอยากให้เขารู้...




รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ท่านแม่ทัพจะดูแลเขาอย่างดีที่สุด




"ครับ" ยิ้มน้อยๆ คำพูดของอีกฝ่ายช่างมีพลังจริงๆ เพียงแค่ประโยคเดียว ความกังวลของเด็กหนุ่มก็มลายหายไปหมด...




ประตูคฤหาสน์หลังใหญ่เปิดออก อาคาชิเดินพาฟุริฮาตะเข้าไปข้างใน...

หากภายนอกกำแพงมีความแข็งแกร่ง แต่ภายใน...บรรยากาศช่างต่างกับภายนอกโดยสิ้นเชิง

ฟุริฮาตะมองสวนสีเขียวสบายตา ตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพรรณมากมายตามฤดูกาล ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น บ่อน้ำใสที่มองเห็นปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำ

เด็กหนุ่มตกตะลึงเป็นครั้งที่สอง กับความสวยงามนี้...



"เป็นยังไง...ชอบมั้ย" ถามไม่แน่ใจว่าคนที่ตนพามาด้วยจะพอใจกับ 'บ้านใหม่' รึเปล่า ฟุริฮาตะหันไปมองหน้าอีกฝ่าย แล้วยิ้มน้อยๆ


"สวยมากๆ เลยครับ! หากมองจากนอกกำแพงถึงจะดูน่ากลัว แต่ภายในบรรยากาศกลับร่มรื่น ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากๆ เลยครับ" นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกาย พอคิดว่าตนเองจะได้อยู่ที่นี่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น


"อืม ดีแล้วล่ะ ที่เธอชอบ..." ยิ้มอย่างโล่งอก พอใจกับคำตอบของอีกฝ่าย


เมื่อเดินผ่านสวน ก็จะเป็นส่วนของเรือนที่พักหลายหลัง แบ่งเป็นขนาดเล็ก ใหญ่ต่างกันไป ตามความเหมาะสมของจำนวนคนที่อยู่ที่นี่...

เด็กหนุ่มเริ่มเอะใจ กับจำนวนเรือนที่พักมากมายแห่งนี้

"ท่านแม่ทัพ...ที่นี่มีคนอยู่กี่คนเหรอครับ" ถามไม่แน่ใจกับขนาดคฤหาสน์ที่คนรักเรียกว่าบ้าน

"น่าจะประมาณ 7-8 คนนะ บางคนฉันก็ไม่ค่อยเห็นเขากลับบ้านกันหรอก" พูดนับเฉพาะคนในครอบครัวของตน

ฟุริฮาตะมองค้อน กับคำตอบยียวนของอีกฝ่าย

'คฤหาสน์ที่กว้างขนาดนี้ ต้องมีคนรับใช้จำนวนมากแน่ๆ'

แม่ทัพหนุ่มยิ้มอย่างเอ็นดู เมื่อเห็นเด็กหนุ่มแอบงอนแก้มป่อง

"ฉันมีน้องชาย 5 คน คนนึงแต่งงานแล้วพาภรรยามาอยู่ที่นี่ด้วย ส่วนท่านพ่อนานๆ ทีถึงจะกลับบ้าน จำนวนเรือนที่พักก็...ของพวกเราคนละหลังน่ะ" อธิบายเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป แต่คนฟังกลับตกใจกับจำนวนคนที่ตนต้องอยู่ด้วยกันในบ้านแห่งนี้


เข้าใจผิดคิดว่าเจ้าของเรือนผมสีแดงเป็นลูกคนเดียว เพราะเห็นไปทานอาหารที่หอนางโลมเป็นประจำ ทั้งๆที่มีน้องชาย งั้นทำไมถึงไม่กลับมาทานข้าวด้วยกัน

ฟุริฮาตะได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ


"โคคิไม่ต้องกังวลหรอก ถึงจะบอกว่าอยู่บ้านเดียวกัน แต่ทุกคนก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ ส่วนใหญ่จะกลับมาถึงบ้านก็เวลาพลบค่ำแล้ว เลยไม่ค่อยได้เจอหน้ากันหรอก เดี๋ยวฉันพาเธอไปเก็บของที่เรือนก่อน แล้วจะพาเดินชมที่..." พูดพร้อมทั้งปรายตามองไปทางคนที่กำลังวิ่งมาทางนี้


"อาคาชิจจิ~~ กลับมาแล้วเหรอ" คิเสะ เรียวตะวิ่งออกมาหมายจะกอดเด็กหนุ่มผมน้ำตาลที่อยู่ข้างๆ เจ้าของชื่อ ฟุริฮาตะสะดุ้งทันที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายวิ่งมาหาตน


"เรียวตะ..." นัยน์ตาสองสีหรี่ลง พร้อมทั้งแผ่รังสีอำมหิตออกมา จนเจ้าของชื่อต้องชะงักกึก


"ฉันแค่หยอกเล่นเอง อาคาชิจจิก็...อย่ามองฉันแบบนั้นสิ" ยิ้มแฮะๆ รู้ดีว่าถ้าเมื่อกี้ตนเองหยุดไม่ทัน มีหวังคงได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวันแน่นอน


"จะทำอะไรก็ให้รู้กาลเทศะบ้าง...นี่ฟุริฮาตะ โคคิ ภรรยาคนสำคัญของฉัน" ประกาศกร้าว เล่นทำเอาคนที่ถูกเรียกว่าภรรยาอายม้วน


"ท..ท่านแม่ทัพ" เรียกเสียงเบา ไม่คิดว่าอยู่ดีๆ ชายหนุ่มจะเปิดเผยเรื่องนี้


...เพราะเด็กหนุ่มคิดว่าอีกฝ่ายจะปิดบังเรื่องความสัมพันธ์ไว้ซะอีก...



"จริงสิ ฉันลืมแนะนำไป นี่คิเสะ เรียวตะ ลูกชายคนที่ 5 ของตระกูล เป็นน้องชายคนที่ 4 ของฉัน" พูดเหมือนจะนึกขึ้นได้ ไม่สนใจปฏิกิริยาเขินอายของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลเลยสักนิด


"คิเสะ เรียวตะ... ใช่...ที่เป็นนักแสดงคาบูกิรึเปล่าครับ" ฟุริฮาตะทวนชื่ออย่างไม่แน่ใจ เหมือนคุ้นๆ ว่าจะเคยได้ยินสาวๆ ในหอนางโลมพูดถึงนักแสดงหนุ่ม เจ้าของผมสีเหลืองฉีกยิ้มกว้างทันที


"ฟุริจจิก็เป็นแฟนคลับฉันงั้นเหรอ!!" เตรียมจะเข้ามากอดเด็กหนุ่มอีกครั้ง แต่ก็ต้องล้มหน้าคะมำซะก่อน เพราะถูกใครบางคนขัดขา


"เฮ้ย! คิเสะ นายนี่โหวกเหวกซะจนได้ยินไปถึงเรือนด้านในแล้วนะ!!" พูดด้วยเสียงดังกว่า พร้อมทั้งเตะพ่อนักแสดงหนุ่มให้กระเด็นออกไปจากทางเดิน


"ไดกิ! อย่าเสียมารยาทต่อหน้าแขกสิ" เจ้าของเรือนผมสีชมพูดุผู้เป็นสามี ก่อนจะหันมามองฟุริฮาตะ


"สวัสดีจ๊ะ ฟุริฮาตะคุงใช่มั้ย ฉันชื่อโมโมอิ ซัทสึกิ ส่วนอีตาคนชอบใช้ความรุนแรง คือสามีของฉัน อาโอมิเนะ ไดกิ เป็น...น้องชายคนที่ 2 ของอาคาชิคุงจ๊ะ" โมโมอิพูดยิ้มตาปิด ฟุริฮาตะรู้สึกได้ถึงความอารีจากอีกฝ่าย ก่อนที่จะผงกหัวน้อยๆ


"สวัสดีครับ"



"ซัทสึกิ...เมื่อไหร่เธอจะเลิกเรียกฉันแบบนั้น ยังไงฉันก็เป็นพี่คนโตของบ้านนี้นะ" แม่ทัพหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เมื่อน้องสะใภ้ที่เป็นเพื่อนสมัยเยาว์วัยยังไม่เลิกเรียกเขาแบบเด็กๆ


"อะไรกัน ทำเป็นเขินไปได้ ก็เรียกติดปากมาตลอดนี่นา"


"แล้วโคคิก็ไม่ใช่แขก...แต่เป็นภรรยาของฉัน" ไม่พูดเปล่า มือแกร่งจับมือเด็กหนุ่มผมน้ำตาลที่ตอนนี้อายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี


หญิงสาวมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มผมแดงแล้วอดขำไม่ได้

'ฟุริฮาตะคุงคงเป็นคนสำคัญของอาคาชิคุงจริงๆ สินะ'


"ซัทสึกิ รีบไปกันเถอะ วันนี้จะมีเรือมาส่งผ้ากิโมโนเพิ่ม เดี๋ยวต้องไปตรวจของอีก" อาโอมิเนะเดินมาลากหญิงสาวออกไป ก่อนจะปรายตามองฟุริฮาตะแล้วยิ้มให้น้อยๆ เด็กหนุ่มผงกหัวให้อีกฝ่ายแบบเขินๆ

'รสนิยมไม่เลวนี่' ชายหนุ่มผมน้ำเงินคิดขำๆ หญิงสาวหันมาโบกมือลาฟุริฮาตะ


"ฉันเองก็ต้องรีบไปโรงละครแล้วล่ะ เจอกันเย็นนี้นะฟุริจจิ" ยิ้มตาปิด ก่อนจะรีบวิ่งตามคู่สามีภรรยาที่กำลังเดินไปที่หน้าประตู


ฟุริฮาตะมองตามทั้ง 3 คน แล้วหันมามองเจ้าของเรือนผมสีแดง ขาก็ก้าวเดินตามแม่ทัพหนุ่ม

"พ่อของซัทสึกิเป็นเจ้าของร้านขายกิโมโนน่ะ ตั้งใจจะให้ไดกิที่แต่งงานกับลูกสาวของตนเป็นผู้สืบทอดกิ