[Fiction] KNB "Dessert Trap" Part 2 [AkaFuri] (R)

posted on 18 Aug 2014 21:04 by bmilk-blossom directory Fiction, Cartoon
ส่ง ​@kurobas_daily​ หัวข้อ "ย้อนยุค"






"Dessert Trap"  Part 2
Pairing : Akashi X Furihata
Rate : R
Note : เป็นแนว AU ค่ะ









"เอี๊ยด... เอี๊ยด..." เสียงฝีเท้าทิ้งน้ำหนักลงขั้นบันไดเก่าทีละขั้น ทีละขั้น มือบางจับราวบันไดด้วยความไม่มั่นใจ




'ม..ไม่อยากจะเชื่อเลย' ฟุริฮาตะ โคคิ เด็กยกอาหารของหอนางโลมชื่อดัง คิดพลางขาก็ค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดช้าๆ




คนอย่างเขา เด็กหนุ่มกำพร้า ที่ถูกทิ้งแต่เยาว์วัย และได้มิบุจิ เรโอะ เจ้าของหอนางโลมชื่อดังเก็บเขามาเลี้ยง
ฟุริฮาตะคิดอย่างดีใจ อย่างน้อยชีวิตตอนนี้ของเขา แค่ช่วยงานยกอาหารที่ร้าน มีที่ให้หลับนอน มีข้าวให้กินอิ่มทุกมื้อ ก็โชคดีขนาดไหนแล้ว เพราะฉะนั้น...หากต้องตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยวิธีนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเขา





'ฉันขอโทษนะโคจัง ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมให้ท่านผู้นั้นเลือกคนอื่นแล้ว แต่ว่า...' เจ้าของเรือนผมสีดำพูดเสียงเศร้า เขาไม่เคยคิดเลย ไม่เคยคิดที่จะให้เด็กคนนี้ต้องมาทำหน้าที่ 'รับแขก' แบบนี้




เด็กหนุ่มผมน้ำตาลยิ้มตาปิด จับมือของผู้เปรียบเสมือนเป็นทั้งพ่อและแม่ของเขา
'ไม่เป็นไรครับ เรโอะซัง ไม่เป็นไร' จับมืออีกฝ่ายแน่น ให้รู้ว่าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น




'ผมจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ'




......

ฟุริฮาตะย้อนคิดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้โกหกเรโอะเลยซักนิด เขาจะพยายามจริงๆ จะไม่ทำให้ชื่อเสียงของหอนางโลมชื่อดังต้องเสื่อมเสียเพราะเขาเป็นอันขาด




"ตึก" เสียงฝีเท้าหยุดลง เมื่อร่างบางเดินขึ้นมาถึงห้องที่ตนต้องเข้าไป เด็กหนุ่มหยุดยืนหน้าประตูนิ่ง




ทั้งๆ ที่เขาเองก็เคยขึ้นมาชั้นบน ยกอาหารที่ลูกค้าสั่งมาส่งถึงห้อง พร้อมกับได้ยินเสียงกิจกรรมบางอย่างอยู่เนืองๆ อยู่หลายครา




แต่ทำไม...ครั้งนี้


...หัวใจถึงเต้นดังโครมครามกึกก้องกว่าครั้งไหนๆ




เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ยกมือขึ้นช้าๆ เคาะประตูให้คนในห้องพอได้ยิน เมื่อได้ยินเสียงตอบรับอนุญาต มือบางจับประตูเลื่อนเปิดอย่างแผ่วเบา ถึงเขาจะไม่เงยหน้าขึ้นมอง ก็รู้สึกได้ถึงสายตาเจ้าของนัยน์ตาสองสีที่จับจ้องมาที่เขา



โดยไม่ตั้งใจ ร่างบางสั่นน้อยๆ เริ่มเกร็งตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม แค่คิดจะก้าวขาเข้าไปในห้อง ขาของเขาก็ขยับไม่ได้ซะแล้ว



แม่ทัพหนุ่มนั่งบนเก้าอี้ มองพิจารณาร่างตรงหน้าด้วยความแปลกใจ

'นึกว่าจะยืนข้างนอกอีกนานซะอีก'



ใช่ ชายหนุ่มเหงี่ยหูฟังทุกความเคลื่อนไหวของร่างตรงหน้ามาตลอด ตั้งแต่ที่เขาได้ยินเสียงก้าวขึ้นบันไดช้าๆ บางทีอาจรู้สึกได้ถึงความประหม่าในจังกวะการก้าวแต่ละก้าวเลยด้วยซ้ำ




'อา...ถ้าไม่ช่วย ก็คงไม่ดีสินะ' คิดอย่างขำขันก่อนจะพูดเสียงนุ่ม




"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก เข้ามาข้างในสิ แล้วปิดประตูให้เรียบร้อยด้วย" ฟุริฮาตะแค่ได้ยินคำว่าปิดประตู สีแดงเรื่อก็ฉาบบนใบหน้า สายตาเผลอมองไปที่ฟูกนอนตรงพื้น

ร่างบางก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ปิดประตูตามที่สั่ง แต่ทั้งร่างกับสั่นสะท้าน ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่อยู่ในห้องมากกว่านี้



เจ้าของเรือนผมสีแดงมองอย่างครุ่นคิด

'ไม่ง่ายอย่างที่คิดแฮะ แต่ก็ดี...เพราะอาหารที่ต้องผ่านการปรุงรสหลายอย่าง มักจะอร่อยหาที่ใดเปรียบไม่ได้อยู่แล้ว' คลี่ยิ้มบาง ก่อนจะพูดเสียงนุ่มอีกครั้ง




"ฟุริฮาตะ โคคิใช่มั้ย" เจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัว ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้จักชื่อของตน

"มานั่งตรงนี้สิ ฉันแค่อยากหาเพื่อนคุยเท่านั้นเอง ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันจะไม่ทำอะไรที่ฝืนใจเธอเด็ดขาด..." น้ำเสียงราวปลอบประโลม
เด็กหนุ่มพอได้ฟังแบบนี้ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย


แต่ความจริง...ถ้าเขาเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายซักนิด ก็จะรู้เลยว่า...นั่นคือกับดักแสนหวาน ที่ล่อลวงให้เข้าไปติดกับอย่างไม่รู้ตัว


"ค..ครับ" รับคำด้วยความกระตือรือล้น พร้อมทั้งเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย นั่งเก้าอี้ว่างตัวข้างๆ แม่ทัพหนุ่มจิบสาเกหนึ่งอึก แล้วยื่นแก้วสาเกเปล่าไปทางร่างบาง เด็กหนุ่มเหมือนรู้หน้าที่ รีบรินสาเกเพิ่มให้หนึ่งจอก


อาคาชิมองอีกฝ่าย ยิ้มด้วยความเอ็นดู


"ราตรีเช่นนี้ ถ้าจะให้ดื่มสาเกชมจันทร์คนเดียว ก็ดูจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไป โคคิคิดเหมือนกันมั้ย" ถามคนข้างๆ จิบสาเกอีกหนึ่งอึก ฟุริฮาตะรีบรินเติมไม่ให้จอกนั้นว่างเปล่า

"ครับ นั่นสินะครับ..." ก้มหน้าตอบ ถึงตัวจะสั่น แต่มือที่ถือขวดสาเกนั้น กลับนิ่งไม่ไหวติง สมแล้วที่มีประสบการณ์ในการยกอาหารมานาน...


"โคคิอายุเท่าไหร่"

"ส..สิบหกย่างเข้าสิบเจ็ดครับ" นัยน์ตาสองสีเป็นประกายวูบนึง พอใจกับคำตอบอีกฝ่าย

'กำลังดี' คิดอย่างปิติ ก่อนจะเริ่มขั้นต่อไป



"แล้วทำไมถึงมาทำงานที่นี่ได้" รุกถามอย่างอ่อนโยน คนถูกถามตกใจ ไม่คิดว่าแม่ทัพหนุ่มตรงหน้าจะสนใจเรื่องราวของตน

"ผ..ผมเป็นเด็กกำพร้า โดนทิ้งตั้งแต่ยังเด็กน่ะครับ โชคดีที่เรโอะซังเก็บผมมาเลี้ยง ผมเลยได้อยู่ที่นี่ ได้มีบ้าน ได้มีครอบครัว..." พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงในตอนท้าย ก่อนที่จะลืมตัวว่ากำลังพูดอยู่กับใคร

อีกฝ่ายเป็นถึงแม่ทัพหนุ่ม ที่นำชัยชนะมาให้เอโดะนับครั้งไม่ถ้วน ผู้ได้รับสมญานามว่า 'จอมทัพไร้พ่ายแห่งยุคสมัย' เชียวนะ
'ถ้าเทียบกันแล้ว ก็เหมือนราชสีห์กับสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น'

เด็กหนุ่มคิดอย่างรู้ตัวเองดี จึงปิดปากเงียบ การที่เขาได้มาพูดคุยกับคนๆ นี้ ก็เหมือนฝันแล้ว


"ถ้าเธอทำงานที่นี่ตั้งแต่ยังเด็ก แล้วทำไม...ฉันถึงไม่เคยเห็นโคคิเลยล่ะ"


'จนกระทั่งคืนนี้...'
แม่ทัพหนุ่มคิดต่อด้วยความหงุดหงิด คนอย่างเขาไม่น่าจะปล่อยให้เพชรเม็ดงามแบบนี้รอดพ้นสายตาเขาไปได้สิ

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลสะดุ้งสุดตัว ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถามคำถามนี้



......
...

...เพราะเป็นเขาเอง ที่พยายามหลบเลี่ยงชายหนุ่มตรงหน้ามาตลอด...

.........
......
...



ไม่มีใครในประเทศญี่ปุ่นจะไม่รู้จัก แม่ทัพหนุ่มไร้พ่ายผู้นี้ ด้วยอายุเพียง 25 ปี กับความสามารถที่มากล้น ความแข็งแกร่งที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ต่อกรยากที่สุด และถ้าไม่นับรูปพรรณสัณฐานภายนอกที่งดงามดั่งเทพบุตรลงมาจุติแล้วล่ะก็...

อาคาชิ เซย์จูโร่ คือชายหนุ่มที่ทุกคนต่างหมายปอง...



.........
......
...
..
.
...อย่าเข้าใจผิด




ฟุริฮาตะ โคคิไม่ได้คิดแบบนั้น เขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ที่ชื่นชมนับถือความเก่งกาจของแม่ทัพหนุ่มตรงหน้าเท่านั้น...


คืนวันหนึ่ง ที่เขาทำงานในหอนางโลมแห่งนี้ ยกอาหารให้ลูกค้าตามโต๊ะต่างๆ ด้วยความชำนาญ

เขาก็ได้พบ...เจ้าของเรือนผมสีแดง ผู้มีนัยน์ตาสองสีตัวจริง...
ในที่แห่งนี้ สถานที่ซึ่งเขาไม่เคยคิดฝันว่าคนๆ นี้จะมาปรากฎตัว

เมื่อร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาในหอนางโลมแห่งนี้
เขาต้องยอมรับ ว่าเสียงล่ำลือที่เคยได้ยินมานั้น เทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของการได้เห็นแม่ทัพหนุ่มตัวจริง

......
...
..
ทั้งความน่าเกรงขาม...
สายตา...ที่เหมือนจะกรีดผู้ถูกมองเป็นชิ้นๆ
น้ำเสียงที่มีพลัง อำนาจ เมื่อเปร่งออกมา...ยากที่คนฟังจะขัดขืนได้


...ฟุริฮาตะ เกรงต่อทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่าย
ดังนั้น ยามเมื่อแม่ทัพหนุ่มเข้ามาในร้าน สั่งอาหาร เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงให้คนอื่นยกอาหารไปให้แทนตนเอง


ถึงกระนั้น...เขาก็แอบมองทุกอิริยาบถของคนๆ นี้ทุกครั้ง

ตอนแรกก็อิจฉา ที่อีกฝ่ายเพรียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งอย่าง แต่ตัวเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา ไม่เหมือนอีกฝ่ายซักนิด...


...แต่นานวันเข้า เมื่อได้เฝ้ามองเรื่อยๆ ก็เป็นความเคยชินที่สายตาสีน้ำตาลจะมองหาเจ้าของเรือนผมสีแดง


จากความที่เคยอิจฉา...ก็เปลี่ยนเป็นความลุ่มหลง
จากความริษยา...ก็กลายเป็นความนับถือ ชื่นชม

...จากหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติ... แต่เพียงแค่ได้เห็นชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเดินเข้ามาในร้าน หัวใจก็เต้นเป็นจังหวะดั่งรัวกลอง

.........
......
...
..
.

แต่คืนนี้กลับมีเหตุทำให้ร่างบางต้องไปเผชิญหน้าอีกฝ่าย เพราะด้วยจำนวนลูกค้าที่แน่นขนัดภายในร้าน ลูกจ้างทุกคนงานล้นมือ ฟุริฮาตะสังเกตเห็นว่ายังไม่มีใครยกอาหารไปให้แม่ทัพหนุ่ม ด้วยความที่ไม่อยากให้ชายหนุ่มรอนานไปกว่านี้ เกรงว่าอาจจะเป็นการสร้างความขุ่นค้องหมองใจ ให้กับแขกคนสำคัญ

สุดท้ายฟุริฮาตะ โคคิจึงยอมเสี่ยง...ทำสิ่งที่ตนไม่กล้าทำมาตลอด




"......." ฟุริฮาตะนิ่งเงียบ ไม่กล้าตอบคำถามอีกฝ่าย อาคาชิมองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล

เขาเองก็พอจะเดาได้ ว่าคนตรงหน้าคงต้องแอบซ่อนตัวจากเขามาตลอด

นับว่าโชคดีจริงๆ ที่วันนี้เขาได้แวะมาที่ร้าน เพียงแค่อยากจะทานอาหารอย่างเคย ใครจะไปคิด...ว่าจะได้ของหวานสุดพิเศษมาด้วย...



"โคคิ...คงจะไม่ชอบฉันสินะ" น้ำเสียงตัดพ้อจากแม่ทัพหนุ่ม ทำเอาคนฟังต้องเงยหน้ามองด้วยความตกใจ

"ม..ไม่ใช่นะครับ!" ร้องตกใจ รู้สึกแย่ที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดแบบนี้

"ก็...ถ้าโคคิไม่ได้รังเกียจฉัน คงไม่..." เสียงท้ายประโยคหายไป มือแกร่งยกขึ้นปิดตา ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มพราย

'อีกนิดเดียวเท่านั้น' คิดอย่างผู้ชนะ...เขาเกือบจะได้ลิ้มลองคนตรงหน้าแล้ว


"ผมไม่ได้เกลียดคุณนะครับ! ก..กลับกัน...ซะอีก..." ร่างบางก้มหน้า พูดตะกุกตะกัก สีแดงเรื่อฉาบบนใบหน้าอีกครั้ง แม่ทัพหนุ่มยิ้มในใจ

กับดักที่เขาวางไว้ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

'ไม่มีสิ่งใดในโลก ที่ฉันต้องการ และไม่ได้มา'



"กลับกัน?" นัยน์ตาสองสีเงยหน้ามองอีกฝ่ายช้าๆ

เด็กหนุ่มผมน้ำตาลตัวสั่น สบตากับอีกฝ่ายด้วยความกลัว ริมฝีปากบางเม้มแน่น น้ำตาคลอนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวย
'เอื้อก' เสียงกลืนน้ำลายดังในใจ นี่เขา...ฟุริฮาตะ โคคิต้องมาสารภาพเรื่องน่าอายกับคนๆ นี้งั้นเหรอ


"โคคิ..." เรียกด้วยความไม่แน่ใจ แต่น้ำเสียงกลับแฝงความเร่งเร้าอยากได้คำตอบ

'อา...นานเกินไป ถ้าต้องให้ฉันรอนานกว่านี้ หวังว่า...เธอจะคุ้มค่ากับทุกวินาทีที่ต้องปล่อยให้ฉันอดทนรอนะ' คิดอย่างหงุดหงิด แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยปากพูดอะไร


"ช..ชอ..บ...ครับ" ร่างบางกัดริมฝีปาก สั่นเกร็ง เสียงหัวใจเต้นดังไม่เป็นจังหวะ สายตาค่อยๆ หลุบต่ำลง ไม่กล้าสบตาแม่ทัพหนุ่มตรงๆ

นี่เป็นครั้งที่สอง ที่ฟุริฮาตะพลาด ไม่ยอมมองอีกฝ่าย

เจ้าของเรือนผมสีแดงแอบคลี่ยิ้มบาง


"หมายความว่าอะไร" ถามเสียงนิ่ง ยากที่คนฟังจะคาดเดาความรู้สึกได้ เด็กหนุ่มเงยหน้ามองแม่ทัพหนุ่มอีกครั้ง ที่กลับมาตีสีหน้านิ่ง
"คำว่า 'ชอบ' ของโคคิน่ะ" สบตาอีกฝ่าย ฟุริฮาตะยืนนิ่ง เขาคิดอะไรอยู่ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาบอกความรู้สึกของเขากับชายหนุ่มตรงหน้า

"......" อาคาชิมองอีกฝ่าย เริ่มไม่สบอารมณ์

'จะต้องให้ฉันลงมือเองกี่ครั้งกันนะ เธอถึงจะพอใจ'

"พิสูจน์สิ"
"เอ๊ะ!?"
"พิสูจน์...คำว่าชอบของเธอให้ฉันได้รู้ พิสูจน์ว่าเธอรู้สึกแบบนั้นกับฉันจริงๆ" มือแกร่งวางจอกสาเกเปล่าบนโต๊ะ ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่า จะให้โอกาสร่างตรงหน้าอีกสักครู่ ถ้าเขายังไม่ได้ลิ้มรสอีกฝ่ายในนาทีนี้...

...เขาเองน่ะแหล่ะ จะเป็นฝ่ายทนไม่ได้ซะเอง

ฟุริฮาตะยกมือขึ้นมาปิดริมฝีปาก ครุ่นคิด คิด...ถึงสิ่งที่เขากำลังจะทำต่อจากนี้

...รู้ทั้งรู้ว่าน่าอาย แต่คงไม่มีวิธีไหนที่จะบอกชายหนุ่มตรงหน้าให้เข้าใจความความของคำว่าชอบของเขาได้แล้วจริงๆ
เด็กหนุ่มผมน้ำตาลลุกขึ้นจากเก้าอี้ ค่อยๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะโน้มตัวลงมา


...จุมพิต...




...ที่พวงแก้มของชายหนุ่ม


ร่างบางถอนริมฝีปากออกช้าๆ ใบหน้าแดงก่ำ อายกับการกระทำของตนเอง นัยน์ตาสองสีสบตามองอย่างตกตะลึง

เพราะไม่คิด...ว่าคนตรงหน้าจะหอมหวานถึงเพียงนี้...




มือแกร่งไม่รอช้า ตวัดกอดเด็กหนุ่ม ทำให้ร่างบางคร่อมอยู่บนตัวเจ้าของเรือนผมสีแดง ขาขาวถูกแยกออกโดยไม่ได้ตั้งใจ ตรงกลางระหว่างขาคือร่างแม่ทัพหนุ่มที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ เมื่ออยู่ในท่านี้ ชายยูคาตะถูกเลิกขึ้นมาถึงขาอ่อน เผยให้เห็นผิวขาวของต้นขา ศีรษะถูกมือแกร่งกดลงมา ริมฝีปากได้รูปประกบกับริมฝีปากอีกฝ่าย ฟุริฮาตะตกใจกับสิ่งที่ชายหนุ่มมอบให้เขาไม่ทันตั้งตัว เขารู้สึกถูกรุกล้ำ ทั้งๆ ที่ควรพยายามขืนอีกฝ่าย แต่ทำไม...

เรี่ยวแรงเหมือนจะค่อยๆ หายไป...

แม่ทัพหนุ่มสัมผัสได้ถึงรสชาติเลือดอ่อนๆ สงสัยเมื่อกี้คงจะเผลอกัดริมฝีปากแรงไปสินะ

แต่ถึงกระนั้น...แม้แต่เลือด ก็ยังมีรสหวานดั่งเกสรดอกไม้


เจ้าของเรือนผมสีแดงใช้ปลายลิ้นลุกล้ำอีกฝ่ายไม่หยุด
...มากกว่านี้
เขาต้องการมากกว่านี้อีก...


เมื่อลิ้มรสความหวานของร่างบางจนพอใจ อาคาชิถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ความจริงเขาอยากจะตักตวงความหวานจากคนตรงหน้าให้มากกว่านี้ แต่ก็รู้ว่า ร่างบางในอ้อมกอดเขา ไม่คุ้นชินกับเรื่องแบบนี้นัก

'คงจะเป็นครั้งแรก...สินะ...' คิดอย่างพอใจ แบบนี้ค่อยคุ้มค่ากับที่เขายอมอดทนรอหน่อย



"แฮ่ก..ท..ท่านแม่ทัพ..." ร่างบางหอบหายใจ ใบหน้าแดงเรื่อ ยังคงตกใจและไม่เข้าใจกับการกระทำของอีกฝ่าย



"เรียก...'เซย์' สิ..." กระซิบเสียงเบา กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ริมฝีปากได้รูปประทับพรมจูบทั่วซอกคอ ยูคาตะค่อยๆ เลื่อนตกลงมา เผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียน เมื่อร่างกระทบกับแสงจันทร์ ยิ่งทำให้เห็นร่างบางชัดขึ้น เด็กหนุ่มยังคงหอบกระเส่า อาคาชิ เซย์จูโร่ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้าอีกครั้ง

นี่มัน...มากเกินกว่าที่เขาจะคาดคิดซะอีก...



ในคราแรก...ชายหนุ่มตั้งใจจะค่อยๆ ละเมียดละไมลิ้มรสเด็กหนุ่มร่างบางช้าๆ


...แต่ลึกในใจ เขาเองก็รู้...
...ตั้งแต่ที่ริมฝีปากนุ่มสัมผัสใบหน้าของตน


ไฟราคะก็โหมกระหน่ำในใจเขา...
มาก...มากเกินกว่าที่เขาเคยรู้สึกกับใคร

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีประสบการณ์ แต่นี่...อาจจะเป็นครั้งแรกก็ว่าได้...




ที่เขารู้สึก...


...ต้องการคนตรงหน้าจริงๆ…




ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มบาง เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มผมน้ำตาลได้เห็นรอยยิ้มนี้ชัดๆ

'ขอฉันทานเธอล่ะนะ'

......







To be continued




=======================

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ Part ต่อไปก็เป็นตอนจบแล้วค่า ///v///

Comment

Comment:

Tweet

@ai-m-aso  ขอบคุณนะคะ >/////< /ทางนี้ก็แต่งไป เขินไปเหมือนกันค่ะ //_\\
@yogurtpudding ขอบคุณนะคะ ////v//// แอบเข้ามาบอก อัพตอน 3 แล้วค่า > <

#4 By B*Milk on 2014-08-25 22:15

ติดตามค่าาา
อัพไวๆนะ

#3 By pudding honey on 2014-08-22 18:56

อร๊ายยยยย เขินข่ะ //รอติดตามอยู่นะค้าบ

#2 By sexagon on 2014-08-21 12:55

อร๊ายยยยย เขินข่ะ //รอติดตามอยู่นะค้าบ

#1 By sexagon on 2014-08-21 12:55